Top News 

กลุ่มก่อการร้ายที่ทั้งโลกต้องการตัวมากที่สุด

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ความไม่สงบ เรื่องราวของการก่อการร้ายต่างๆ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นเราทุกคนก็ต้องยอมรับความจริงว่า บนโลกของเรามีผู้กระหาย ต้องการที่จะทำสงครามอยู่ตลอดเวลา โดยอ้างจุดประสงค์ต่างๆ เพื่อทำร้ายและฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนี้จะได้รับการจำกัดความว่าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ ซึ่งผู้ก่อการร้ายบนโลกของเรานั้น มีอยู่หลายกลุ่มเลยทีเดียว และในแต่ละกลุ่มนั้น ต่างก็มีพิษสงอันร้ายกาจและวีรกรรมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องราวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่โลกต้องการตัวมากที่สุดกัน Al-Qaeda เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่แม้แต่ประชาชนชาวไทยก็ต้องเคยได้ยินชื่อ ซึ่งกลุ่ม Al-Qaeda เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับ 1 ของโลก สร้างวีรกรรมอันโหดเหี้ยมทารุณมาแล้วมากมาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและสร้างความโกรธแค้นให้แก่ผู้คนทั่วโลกมากที่สุด ก็คือ เหตุการณ์ 911 ซึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ ได้ทำการบุกยึด เครื่องบินพาณิชย์ก่อนที่จะบังคับให้พุ่งเข้าชนตึก World trade center ซึ่งตั้งอยู่ ณ มหานคร New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปเกือบ 3,000 ชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญอันดับต้นๆ ของโลกหลังจากที่เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางสหรัฐ ก็รีบทำการค้นหากลุ่มของผู้ก่อการร้ายผู้ก่อเหตุทันที โดยพบว่า Al-Qaeda ที่นำโดยนาย Osama Bin Laden เป็นผู้ควบคุมและสั่งการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากนั้นทางสหรัฐจึงติดต่อกับกลุ่ม Taliban เพื่อติดต่อขอตัวนาย Osama Bin Laden มารับผิดพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่กลุ่ม Taliban บันก็ไร้การติดต่อกลับ ไม่มีการส่งตัวใดๆ เกิดขึ้น Osama Bin Laden ได้ทิ้งข้อความคลิปเสียงเอาไว้ว่า ให้ชาวมุสลิมทั่วโลกต่อต้านสหรัฐและทำการปลุกระดมให้เกิดสงครามทางศาสนาขึ้นมา กลุ่ม Al-Qaeda ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1989 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจมาก มีเครือข่ายอยู่ในหลายๆ พื้นที่ และในหลายๆประเทศ อีกทั้งยังมีกลวิธีในการดำเนินแผนการอันแยบยล ผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มจะได้รับการฝึกฝน จากคนธรรมดาให้กลายเป็นทหารเถื่อนที่มีฝีมือระดับพระกาฬ และก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นมาได้อย่างมากมาย กลุ่ม ISIS อีกหนึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งชาวไทยก็มักได้เห็นตามข่าวต่างๆ สำหรับความเป็นมาของกลุ่มนี้ แรกเริ่มก็มาจากเครือข่ายของ Al-Qaeda ก่อนที่จะแยกตัวออกมาบริหารงานเอง…

Read More
Top News 

ย้อนร้อยสงครามอิรักกับกองทัพสหรัฐ

‘สงครามอิรัก’ เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มติดอาวุธที่เริ่มขึ้นในปี 2003 ด้วยการบุกอิรักของพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลของ ‘ซัดดัม ฮุสเซน’ เป็นผลให้เกิดความขัดแย้งภายในที่ยังคงดำเนินต่อไปในหลายทศวรรษ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ชาวอิรักประมาณ 151,000 ถึง 600,000 คนถูกฆ่าตายในช่วงสามถึงสี่ปีแรก หลังจากสถานการณ์เริ่มที่จะสงบกองทัพสหรัฐจึงถอนตัวออกอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ก็ยังมีทหารอเมริกันยังคงต่อสู้บนพื้นดินในอิรักส่วนใหญ่ จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มบานปลายจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองในซีเรียและรัฐอิสลามของอิรัก โดยประเทศซีเรียได้บุกอิรักและเข้ายึดพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้สหรัฐอเมริกลับเข้ามาในเกมอีกครั้งในปี 2014 โดยเหตุการณ์ความไม่สงบและความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป การส่งกองทัพเข้าไปทำภารกิจในต่างประเทศนี้ ถือการประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้ายสากลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา George W. Bush หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อ 11 กันยายน ที่ทำให้ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ทล่มลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,996 คน บาดเจ็บเกือบ 7,000 คน ในเดือนตุลาคม 2002 รัฐสภาอนุญาตให้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ของประเทศอิรักได้ ซึ่งทำให้เกิดสงครามขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2003 เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับกองทัพของอังกฤษได้ร่วมในการทำภารกิจทิ้งระเบิด ไม่นานกองทัพของสหรัฐก็เข้ามาควบคุมทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว การบุกครั้งนี้นำไปสู่การโค่นอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งภายหลังถูกจับตัวได้ในปฏิบัติการ ‘Operation Red Dawn’ ในวันเดือนธันวาคมก่อนในอีก 3 ปี เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิตโดยอำนาจของศาลทหาร เหตุการณ์ที่ตามมาหลังการโค่นอำนาจซัดดัม ในขณะที่หลายคนคิดว่าสงครามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานนี้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคาดคิดเลย เมื่อสิ่งที่ตามมาคือสุญญากาศทางอำนาจที่เกิดขึ้นหลังจากซัดดัมถูกประหารชีวิต ซึ่งนอกจากนี้ยังได้สร้างความบาดหมางขึ้นระหว่างสองนิกายได้แก่ ‘ชีอะฮ์’ กับ ‘ซุนนี’ เช่นเดียวกับการก่อจลาจลที่ยาวนานกับสหรัฐฯ-กองกำลังพันธมิตร คาดว่ากลุ่มผู้ก่อความรุนแรงหลายกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและอัลกออิดะห์ในอิรัก ทำให้สหรัฐฯตอบโต้ด้วยกองกำลังทหารในปี 2007 ด้วยทหารมากถึง 170,000 นาย เพื่อเป็นการเพิ่มกองกำลังรักษาความปลอดภัยให้กับรัฐบาลกับกองทัพของอิรัก ซึ่งถือว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากนั้นการมีส่วนร่วมของสหรัฐในอิรักก็เริ่มลดลงเรื่อยมาภายใต้ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ในเดือนธันวาคม ปี 2011 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศถอนทหารออกจากอิรักอย่างเป็นทางการ หลังจากที่อิรักได้มีการจัดเลือกพรรคในปี 2005 โดยมีนายนูริอัล มาลิกีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2006 และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2014 รัฐบาลก็ได้มีการประกาศใช้นโยบายที่เห็นได้ชัดว่าสร้างผลกระทบต่อการแบ่งแยกชนกลุ่มน้อยของซุนนีทำให้เกิดความตึงเครียดทางนิกายที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2014 เป็นผลให้รัฐอิสลามแห่งอิรักและลิแวนต์ (ISIL)…

Read More
Top News 

บทบาทกองทัพสหรัฐในประเทศอิรัก

การแทรกแซงของกองทัพอเมริกันในอิรักเริ่มเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2014 เมื่อประธานาธิบดีบารัคโอบามาสั่งให้กองกำลังสหรัฐฯออกปฏิบัติการเพื่อตอบโต้การโจมตีในอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลามของอิรักและลิแวนต์’ หรือที่เรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ไอซิส’ ภายใต้การร้องขอการสนับสนุนทางรัฐบาลของอิรัก กองทัพอเมริกันจึงได้เข้ามาตอบโต้การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศอิรักจากกลุ่มไอซิส เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2014 กองกำลังไอซิสเข้าโจมตีดินแดนในภาคเหนือของอิรัก และสามารถเข้ายึดเมืองสามแห่งทางตอนเหนือที่อยู่ติดกับเขตปกครองตนเองของเคอร์ดิสถาน กองทัพสหรัฐจึงตอบสนองด้วยการส่งอาวุธไปให้กองทัพของเคิร์ด หลังจากนั้นก็เริ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่น อาหาร น้ำ และยารักษาโรคสำหรับพลเรือนที่ต้องลี้ภัยสงครามไปหลบในภูเขา Sinjar ในวันที่ 8 สิงหาคม 2014 สหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิรัก จากนั้นจึงได้มีการร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้ง 9 เพื่อร่วมมือกันในการปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศ ภายในเดือนเมษายน 2015 กลุ่มติดอาวุธไอซิสต้องสูญเสียดินแดนจำนวนมากให้กับกองกำลังพันธมิตรอิรัก  เมื่อเทียบพื้นที่ของพวกเขาที่เคยยึดได้ในปี 2014 เท่ากับว่าไอซิสนั้นสูญเสียอาณาเขตของพวกเขาไปมากถึง 25–30% ซึ่งตอนนี้จึงเหลือพื้นที่ในความครอบครองเพียง 15,000 ตารางไมล์ เมื่อมีการโจมตีทางอากาศของกองทัพอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักสู้หลายหมื่นคนถูกสังหาร พื้นที่ส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพของอิรักทยอยเข้ายึดกลับคืนมา หลังจากสิ้นปี 2017 ไอซิสก็ไม่เหลือพื้นที่ของตนเองในอิรักอีกต่อไป บทบาทของกองทัพสหรัฐฯนั้น นอกเหนือจากการเข้าแทรกแซงโดยตรงผ่านกองทัพของตนแล้ว อเมริกายังให้การสนับสนุนกองกำลังความมั่นคงของอิรักผ่านการฝึกอบรมด้านบุคลากร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการสนับสนุน ISF ซึ่งไม่รวมการปฏิบัติการทางทหารโดยตรงได้คิดเป็นมูลค่ามากถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคม 2019 ทหารอิรักและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 189,000 คนได้รับการฝึกอบรมจากกองกำลังพันธมิตร ทำให้กองกำลัง ISF และ CJTF-OIR สามารถเข้ายึดพื้นที่ประมาณ 56,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรอิรักมากกว่า 4.5 ล้านคนกลับคืนมาได้สำเร็จ บทบาทของกองทัพสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ สหรัฐฯเคยเข้ามาปฏิบัติภารกิจต่อต้านก่อการร้ายเมื่อปี 2003 โดยเป็นผู้นำในการบุกอิรัก ซึ่งเชื่อว่าอิรักครอบครองอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ ในปี 2007 กองทัพสหรัฐ อเมริกาได้ส่งกำลังทหารเข้าไปในอิรักมากถึง 170,000 นาย ก่อนที่จะถอนกำลังทหารกลับมาในปี 2011 แต่ยังคงปล่อยทหารประจำการเอาไว้ประมาณ 20,000 นาย เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันสถานที่สำคัญทั้งหลายทั่วอิรัก เช่น สถานทูต สถานกงสุล รวมถึงยามทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯหลายสิบคน…

Read More
Top News 

รวมเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศอิรัก

ประเทศอิรัก ถือว่าเป็นดินแดนที่ร้อนแรงอย่างหนึ่ง นอกจากพวกเค้าจะมีสงครามกลางเมืองแทบจะตลอดเวลา จนทำให้การฟื้นฟูบ้านเมืองเป็นไปอย่างยากลำบากแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเค้าต้องเจอตลอดจนเรียกว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ได้เลยก็คือ ศัตรูทางธรรมชาติที่ชื่อว่า แผ่นดินไหว นั่นเอง ประเทศอิรัก เป็นประเทศที่เจอแผ่นดินไหวบ่อยมาก แถมแต่ละครั้งยังรุนแรงอีกด้วย มาย้อนดูกันว่า แต่ละครั้ง ประเทศอิรักโดนอะไรไปบ้าง ปี 2017 ย้อนกลับไปสักเกือบ 3 ปีที่แล้ว อิรักเผชิญกับแผ่นดินไหวขั้นรุนแรงเลยทีเดียว กับแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 7.3 ริคเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นความแรงในระดับสูง จุดที่เกิดเหตุเป็นชายแดนระหว่างประเทศอิรักและอิหร่าน จากข้อมูลบอกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ เกิดผู้บาดเจ็บกว่า 7,000 คน และเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 400 คนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้จะเป็นประชาชนชาวอิรักในเมืองดาร์บันดีข่าน แรงสั่นสะเทือนนี้ส่งผลถึงคนในเมืองแบกแดดรู้สึกได้เลย ปี 2018 นอกจากพวกเค้ายังต้องรับมือกับแผ่นดินไหวในประเทศแล้ว น่าแปลกอีกอย่างก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อิหร่าน ก็มีแผ่นดินไหวหลายครั้งด้วย นั่นทำให้รัศมีการสั่นไหว จนถึงคลื่น after shock นั้นส่งผลกระทบมาถึงพวกเค้าด้วย แต่อาจจะไม่มากเท่าไร อย่างปี 2018 เอง ก็มีแผ่นดินไหวที่เมือง Kermanshah ของ อิหร่านที่ 6.3 ริคเตอร์ ส่งผลกระทบมาถึง อิรัก ตรงชายแดนทางด้านตะวันออกด้วย แรงสั่นไปถึงเมืองแบกแดดเลยทีเดียว ปี 2014 ย้อนกลับไปสักหน่อย ช่วงปี 2014 เยื้องไปทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน และ อิรัก ได้เกิดแผ่นดินไหวตรงพรมแดนของประเทศทั้งสองอีกครั้ง คราวนี้เกิดขึ้นที่เมือง IIam ของ อิหร่าน แรงสั่นสะเทือนมากถึง 6.2 ริคเตอร์เลยทีเดียว คาดกันว่าตอนนั้นในอิหร่าน บาดเจ็บกว่า 300 คนทีเดียวแต่ฝั่งอิรักเมืองที่โดนอย่างเมือง maysan เสียหายหนักเอาการ แต่แค่เมืองเดียวที่โดนผลกระทบ ปี 1957 คราวนี้ย้อนกันไปเลยยาวๆ ปี 1957…

Read More
Top News 

แบกแดดประท้วงเหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ

อีกหนึ่งความโชคร้ายของประเทศอิรักก็คือ บางครั้งสงครามที่เกิดขึ้นบนอิรัก ประชาชนอิรักไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรด้วยเลย จะบอกว่าเป็นพื้นที่ตำบลกระสุนตกใส่ จากสงครามตัวแทนก็คงไม่ผิดนัก อย่างล่าสุด อิหร่านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐมาตลอดตั้งแต่ครั้งอดีต คราวนี้พวกเค้าเลือกสมรภูมิรบกันไม่ใช่อิหร่าน ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา แต่พวกเค้ามารบกันบนประเทศอิรักแทน หนึ่งในเหตุการณ์ที่ยืนยันคำกล่าวนี้ก็คือ เหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ อิหร่าน Vs สหรัฐ ก่อนจะไปว่ากันที่ อิรัก เราต้องเล่าเรื่องของอิหร่านสักหน่อย ต้องบอกว่า อิหร่าน ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้าย(ในความคิด)ของสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง ผ่านโครงการที่เค้าเรียกกันว่า การพัฒนาแร่ยูเรเนียม พูดง่ายๆว่า สหรัฐบอกว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทำให้ต้องมีมาตรการตอบโต้ หากไม่ลดโครงการดังกล่าว หนึ่งในมาตรการจัดการอิหร่านของสหรัฐก็คือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ทำให้อิหร่านต้องมีการตอบโต้กลับไปบ้าง ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐได้ทำการผูกมิตร เพื่อจัดการอิหร่านด้วย นั่นก็คือ อิรัก ประเทศเพื่อนบ้านของ อิหร่าน ทำให้ อิรัก กลายเป็นเหมือนฐานที่มั่น หน้าบ้านของอิหร่านเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ยอมอย่างแน่นอน จะมีศัตรูมาตั้งทัพอยู่หน้าบ้านนั่นเท่ากับรอหายนะอย่างเดียว จึงต้องมีการตอบโต้การตั้งฐานที่มั่นของสหรัฐกลับไปด้วย การประท้วงของอิรัก เอาล่ะหลังจากเล่าเรื่องราวของอิหร่าน สหรัฐ และ อิรัก ไปบ้างคร่าวๆแล้ว แน่นอนว่าการต่อสู้ระหว่างอิหร่าน กับ สหรัฐ บนประเทศอิรัก บานปลายขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศอิรักต้องมาอยู่ในสงครามแบบที่ไม่เต็มใจนัก หนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่กลายเป็นชนวนให้คนอิรักเริ่มไม่พอใจก็คือ จรวด 3 ลูกถล่มสถานทูตสหรัฐในอิรัก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเสียหายเป็นวงกว้างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บมากจากเหตุการณ์นั้น แม้ว่าจะยังไม่สามารถจับได้ว่าใครเป็นคนยิง แต่มีข่าวออกมาว่ามันเกิดจากความร่วมมือของกองกำลังต่อต้านของอิรักที่มีอิหร่านหนุนหลังอยู่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตอบโต้ระหว่างกองทหารที่ประจำการของสหรัฐที่อยู่ในอิรัก กับ กองกำลังของอิหร่าน จนทำให้เกิดสงครามอยู่หลายครั้ง หลายจุดของประเทศ การประท้วง เมื่อเกิดสงครามของคนอื่นในประเทศของตัวเอง แน่นอนว่าคนอิรักย่อมไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อความไม่พอใจเริ่มก่อตัวใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายมันระเบิดกลายเป็นการประท้วงต่อรัฐบาลตัวเอง เริ่มมีคนหนุ่มสาวออกมาประท้วงรัฐบาลเรื่องนี้ด้วยการให้รัฐบาลเอาทหารสหรัฐอเมริกาที่พวกเค้ามองว่าเป็นสาเหตุของสงครามออกจากประเทศไป โดยจุดเริ่มต้นประท้วงมาจากกรุงแบกแดด แล้วขยายต่อเนื่องไปยังทางภาคใต้ของประเทศ การประท้วงดังกล่าวเริ่มมีผู้สนับสนุนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยหนุ่มสาวที่พวกเค้ามีความเห็นตรงกัน จนถึงนักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน ผู้นำทางศาสนา ต่างเข้าร่วมการประท้วงในครั้งนี้ ทางฝั่งรัฐบาลเองพอเห็นว่า ความไม่พอใจเริ่มมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาก้อนใหญ่ที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อย พวกเค้าเลยเลือกใช้วิธีความรุนแรงในการสลายผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นแก๊สน้ำตา กระสุนจริง ยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณท้องถนนที่จัดชุมนุมกันอยู่ แม้ว่าจะสลายไปได้ แต่ความไม่พอใจกลับยิ่งแพร่กระจายไปมากขึ้น…

Read More
Top News 

โจลี เยี่ยมค่ายอพยพตอนเหนือของอิรัก

โจลี ชื่อเต็ม แองเจลิน่า โจลี เป็นนักแสดงชื่อดังระดับฮอนรีวูดอีกทั้งยังเป็นนางฟ้าของพวกเด็กๆ ถูกแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนUNHCR เป็นตัวแทนของข้าหลวงใหญ่ เพื่อลงตรวจสอบพื้นที่ตอนเหลือของอิรักนับเป็นการเยือนครั้งที่ 5 เธอได้พูดคุยกับชาวอพยพมีทั้งชาวซีเรีย อีรัก ยังคงเป็นที่น่ากลัวเพราะมีเงินสนับสนุนไม่เพียงพอยังต้องเจอกับโรคภัยต่างๆมีความเสียหายจาการโจมตีกลุ่ม ไอเอส พึงยึดคืนมาได้ประมาณ 1 ปีทั้งนี้เธอได้ยื่นเรื่องขอเงินสนับสนุนกับรัฐบาลเพื่อเข้ามาช่วยเหลือให้ทั่วพื้นที่พวกคนเหล่านี้เป็นที่น่าสงสารต้องอยู่อย่างหวาดกลัวมีสาวหลายคนที่ต้องเสียครอบครัวตั้งแต่ยังเด็กเจอการคุกครามอย่างหนักเหมือนว่าเงินจะไม่ถึงเมืองนี้นับว่าการอพยพออกได้ไม่หมดบางคนก็เลือกที่จะอยู่ต่อ ยังไม่มีความปลอดภัยของคนกลุ่มนี้นักเพราะว่า ไอเอสก็จ้องจะมายึดคืนอยู่ เป็นเรื่องที่น่าสลดกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่บางคนถูกจับตัวไปขาย แองเจลิน่า โจลี ได้ทำการยืนคำร้องให้ช่วยเหลือครั้งที่ 5 อยากให้ได้รับความคลุ้มครองแน่นหนากว่านี้ไม่ใช้ปล่อยทิ้งร้าง พูดถึงกลุ่ม isis ยังคงสร้างปัญหาให้กับชาวอิรัก แบะกลุ่มอิสรามหวังว่าพวกเราทุกคนจะช่วยกันบริจาคเงินเล็กน้อยเพื่อช่วยพวกคนเหล่านี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นใครที่ติดตามข่าวจะรู้ว่ากลุ่มนี้มีความโหดเหี้ยมมากแค่ไหนทั้ง ปล้น ตัดคอ ทำอย่างคนเป็นผักปลายังคงสร้างปัญหาในแถบชายแดนมักจะปล้นยึดผลประโยชน์กลุ้มพวกนี้มีแหล่งที่มาไม่แน่ชัดหรือบางทีอาจมาจากผู้มีอำนาจบางประเทศที่ขัดผลประโยชน์กันสงครามไม่เคยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเพียงเพราะเบ่งอำนาจกันแค่นั้น

Read More
Top News 

ประเทศอิรักเรื่องราวล่าสุดที่เราอาจไม่รู้

ประเทศอิรักหากย้อนไปช่วงต้นปีที่ผ่านมากลายเป็นพื้นที่พิพาทหนึ่งที่ทำให้ประชาคมโลกหันกลับมาสนในเนื่องจากว่ากลายเป็นพื้นที่รัฐกันชน และ สนามประลองของการเมือง การทูต การทหารระดับโลกทั้งฝั่งอเมริกา และ รัสเซีย แต่พอเจอข่าวของเกาหลีเหนือเข้าไป เลยทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปที่ทางนั้นมากกว่าพร้อมกับคำถามว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ไหม วันนี้เราขอย้อนรอยข่าวเกี่ยวกับอิรักกันสักหน่อย สงครามคือการสูญเสียที่แท้จริง ข่าวแรกเป็นรายงานความก้าวหน้าของการต่อสู้กันในพื้นที่ของซีเรียและอิรัก กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐแจ้งว่า จากการโจมตีทางอากาศของเค้าและกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรนานกว่า 3 ปี ผลที่ได้คือการเสียชีวิตของพลเรือนอย่างน้อย 352 ราย ยังไม่นับรวมถึงรายงานผู้เสียชีวิตอีก 42 คนที่อยู่ในระหว่างตรวจสอบว่า ตายจริงหรือไม่ ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นการบ่งบอกถึงความสูญเสียของฝ่ายอิรักเองที่กว่าการจัดการกบฏและกลุ่มไอซิสสำเร็จเชื่อว่าตัวเลขคงไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ แม้ว่าจะทำได้แค่แสดงความเสียใจเท่านั้น แต่การสูญเสียจากสงครามมันช่างเป็นเรื่องยากที่จะทำใจได้จริง อย่างที่เค้าว่า สงครามไม่เคยทำให้ใครชนะ เป็นเรื่องจริงที่สุด หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่เพลิดเพลินกับการใช้เวทีประเทศอื่นเป็นเวทีในการลองของและโชว์ประสิทธิภาพทางการทหารของตัวเองอยู่นะ ข่าวการปล่อยตัวประกัน ท่ามกลางการกดดันอย่างหนักทางทหารต่อไอซิส ทำให้พวกเค้าไม่มีทางเลือกต้องจัดการอะไรบ้างอย่าง หนึ่งในเรื่องดีที่ไอซิสทำได้ ก็คงเป็นเรื่องการปล่อยตัวประกัน เป็นเรื่องดีทีเดียวที่สมาชิกชนกลุ่มน้อยชาวยาซิตี้จำนวน 36 คน สามารถหลบหนีจากการคุมขังของไอซิสได้ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าการหลบหนีในครั้งนี้ พวกเค้าหลบหนีได้เอง มีใครเข้าไปช่วยเหลือ หรือ ทางไอซิสปล่อยตัวมาก็ตาม แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีในรอบหลายเดือนจากสงครามครั้งนี้ เชื่อว่าฝันร้ายที่ถูกคุมขังมาตลอด 3 ปีของพวกเค้าจะจบลงเสียทีตอนนี้พวกเค้ากำลังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่สร้างจากองค์กรสหประชาชาติ หวังว่านอกจากไม้แข็งจากการถล่มทางทหารแล้ว การใช้ไม้นวมเรื่องของการเจรจานั้นจะทำให้มีการปล่อยตัวชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างนี้ไปอีกเรื่อยๆ แล้วอย่าลืมเรื่องของการเยียวยาผู้ประสบเหตุกลุ่มนี้ด้วย รวมไปถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับพวกเค้าต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตรงนี้ก็ต้องเป็นหน้าที่ขององค์กรกลางอย่าง สหประชาชาติแล้วว่าจะจัดการอย่างไร

Read More
dahrjamailiraq Top News 

สาเหตุที่อิรักต้องทำสงครามกับสหรัฐฯ

ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาการทำสงครามที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่รุนแรงที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำสงครามในอิรักระหว่างอิรัก กับสหรัฐฯ ถือว่าเป็นสงครามที่มีความยืดเยื้อยาวนานมาร่วม 10 ปี จนหลายคนเคยตั้งประเด็นและข้อสงสัยว่านี่อาจจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ทว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวของสงครามก็จบลงเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554 โดยการถอนกำลังของสหรัฐฯ ออกจากประเทศอิรัก แม้ว่าจะยังคงมีสถานการณ์รุนแรงประปรายอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่ได้ร้ายแรงเหมือนกับช่วงก่อนหน้านั้นเท่าไหร่นัก จริงๆ แล้วสงครามระหว่างอิรักกับสหรัฐฯ มันมีเรื่องราวในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นึ้ขึ้นเมื่อทางรัฐบาลของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ที่นำโดย ประธานาธิบดีจอร์จ ดับบลิว. บุช ของสหรัฐฯ กับ โทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ มีการะประเมินในเรื่องความเป็นไปได้ที่อิรักจะมีอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงเอาไว้ในครอบครอง สิ่งเหล่านี้น่าจะก่อให้เกิดการคุกคามระหว่างประเทศอย่างแน่นอน ด้วยสาเหตุนี้จึงได้เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการรุกรานกันขึ้นภายในประเทศอิรัก รวมถึงยังส่งผลไปถึงการจับกุมตัวประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรักด้วย ภายหลังจากที่ได้มีการพิจารณาคดีก่อนถูกประหารโดยรัฐบาลใหม่ของอิรัก ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้งจากการที่กลุ่มผู้ต่อต้านในอิรักต่างก็กระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทางเพื่อตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาหวังจะต่อกรกับประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ อีกประเด็นที่เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดสงครามอิรักครั้งนี้ก็มาจากการที่สหรัฐฯ ต้องการโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิรัก ที่สำคัญเป็นการตัดตอนในเรื่องของการก่อการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย การที่สหรัฐฯ มองว่าอิรักคือภัยที่คุกคามประเทศของพวกเขาอยู่ ส่งผลให้พวกเขาไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากการที่จะต้องกำจัดภายร้ายตรงนี้ให้สิ้นซาก นอกจากนี้ยังอาจจะมีเหตุผลแอบแฝงในบางเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าไปควบคุมเศรษฐกิจของอิรักในการขุดเจาะน้ำมัน การส่งออกน้ำมัน ถือว่าเป็นแผนการที่แยบยลของสหรัฐฯ ที่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามเมื่อโลกมีการพัฒนาไปมากขึ้นสิ่งที่เราสามารถสัมผัสได้ก็คือเรื่องของสงครามไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต่อให้เป็นพื้นที่ใดในโลกก็ตาม เพราะสงครามเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะมีแต่ความสูญเสีย ความเศร้าโศก ความไม่สงบ การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจยอมถอนกำลังออกจากอิรักก็เหมือนกับเป็นการยุติสงครามหลังจากที่สู้รบกันมานับ 10 ปี ถือว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับโลกเพื่อป้องกันสงครามที่ไม่น่าให้เกิดขึ้น

Read More
Top News 

นโยบายทางการทหารของประธานาธิบดีทรัมป์

สหรัฐฯ ถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกเพราะฉะนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นกับประเทศนี้ทั่วโลกจึงต้องจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เกิดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นจะสังเกตได้ว่าคนทั่วโลกจะค่อนข้างให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อาจจะด้วยความที่ประเทศนี้คือประเทศยักษ์ใหญ่ การขยับตัวครั้งหนึ่งจึงสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกได้ไม่มากก็น้อย อย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดก็ปรากฏว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรคริพับลิกัน ก็สามารถเอาชนะ ฮีลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ได้ นี่จึงแสดงให้เห็นว่าคนสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ต้องการความเปลี่ยนแปลง จากที่ทุกคนได้เห็นกันก็พอน่าจะรู้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐฯ เป็นคนที่มีลักษณะนิสัยค่อนข้างโผงผาง ไม่ค่อยสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ถือเอาความคิดด้านการเป็นผู้นำของเขาเป็นหลัก จากสิ่งต่างๆ ที่เขาได้เคยให้นโยบายมาหลายประเทศก็กลัวว่าหากสหรัฐฯ ทำแบบนั้นจริง ประเทศเล็กๆ หรือประเทศที่กำลังพัฒนาอาจจะต้องหยุดการพัฒนาตัวเองชั่วคราวก็เป็นได้ นโยบายด้านหนึ่งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ค่อนข้างที่จะให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือเรื่องของ นโยบายทางทหาร อาจจะเป็นไปได้ว่านายทรัมป์ค่อนข้างที่จะเป็นคนหัวรุนแรง การที่เขามีกองทัพเป็นพวกจำนวนมากก็น่าจะสร้างอำนาจบารมีให้ตัวเขาได้มากพอสมควร เมื่อเป็นเช่นนั้นนโยบายทางทหารของสหรัฐฯ จึงออกมาอย่างที่เราเห็นกันก็คือ ต้องการที่จะยกเลิกมาตรการการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติ หรือ “ซีเควสเตอร์” ของกระทรวงกลาโหมออก พร้อมทั้งต้องการให้ออกงบประมาณใหม่เพื่อเป็นการสร้างกองทัพสหรัฐฯ ที่ค่อยๆ ลดน้อยลงให้กลับมามีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง การพยายามที่จะเพิ่มขนาดกองทัพของสหรัฐฯ เพื่อให้รู้สึกว่าสามารถต่อกรกับนานาประเทศได้โดยง่าย ทั้งนายทหารประจำการกว่า 540,000 นาย มีเรือรบในสังกัดของกองทัพเรือ 350 ลำ มีกาจัดหาอากาศยานรบให้กับกองทัพอากาศอีก 1,200 ลำ เพิ่มขนาดของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ เป็นทั้งหมด 36 กอง รวมไปถึงการลงทุนเกี่ยวกับระบบขีปนาวุธเพื่อเป็นการป้องกันภัยจากการที่ทั้งอิหร่านและเกาหลีเหนือต่างก็มีขีปนาวุธเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ทรัมป์ยังมีนโยบายทางทหารที่จะทำการรื้อระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ ใหม่ทั้งหมด จะมีการเริ่มต้นทบทวนในเรื่องของการป้องกันการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ รวมไปถึงจุดอ่อนทั้งหมดทางการทหาร ตรงจุดนี้จะมีการรวบรวมกำลังพลจากหน่วยงานของกองทัพในด้านต่างๆ อาทิ ด้านกฎหมาย หรือแม้แต่ภาคเอกชนก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการตั้งทีมที่จะปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อเป็นการร่วมมือตอบโต้ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการคุกคามทางไซเบอร์ด้วย

Read More
Dahr Jamail's Iraq Top News 

กลุ่มไอเอสคือใคร มาจากที่ไหน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทุกคนน่าจะต้องเคยได้ยินชื่อของกลุ่มคนที่สร้างความรุนแรงให้กับโลกอย่างโหดเหี้ยม ทารุณ ไม่ปราณีใคร เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนผิดมนุษย์ทั่วไปที่เขาทำกัน คนพวกนี้เรียกชื่อตัวเองว่า กลุ่ม ISIS แต่หลายคนก็น่าจะยังคงมีความคลางแคลงใจสงสัยอยู่อย่างมากว่าก็ในเมื่อการรบที่อิรักสิ้นสุดลงแต่ทำไมความรุนแรงของกลุ่มคนจากตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุดเสียที มีการเริ่มต้นของกลุ่มคนที่ประกาศสงครามขึ้นมาอีกแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยมากจริงๆ หากจะพูดถึงจุดกำเนิดของกลุ่มไอเอส คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เมื่อกลุ่มอัลกออิดะห์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อาบู มูซาบ อัล-ซาคาวี มีเป้าหมายหลักๆ คือต้องการจะทำสงครามเพื่อทำร้ายกลุ่มชาวมุสลิมด้วยกันที่ชื่อว่า ชีอะห์ ซึ่งพวกเขาก็ถือว่าทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สามารถระเบิดมัสยิดอัล-อัสกอรี ที่ถือว่าเป็นมัสยิดค่อนข้างสำคัญของชาวชีอะห์ในเมืองซามาร์รา ได้เป็นผลสำเร็จ ทว่าในช่วงเวลาต่อมา อัล-ซาคาวี กลับโดนสังหารโดยกองทัพสหรัฐฯ ทำให้กลุ่มนักรบมุสลิมอัลกออิดะห์ในอิรักแตกกระจายทัพอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมือกองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ทำสงครามกับอิรักต่อ และยกพลกลับประเทศไป กองทัพอิรักที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านการรบมากนักรวมไปถึงปัญหาด้านการขาดแคลนทหารของอิรักที่ต้องถูกกระจัดกระจายไปประจำตามจุดต่างๆ รอบเมือง ปัญหาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่ค่อยทันสมัย สิ่งเหล่านี้ถูกกลายเป็นช่องทางของกลุ่มนักรบอิสลามที่รวมตัวขึ้นมาใหม่ภายใต้ชื่อกลุ่ม ISI ก่อนที่จะเพิ่ม S อีกตัวซึ่งหมายถึงการทำสงครามในซีเรีย กลายเป็นกลุ่ม ISIS อย่างทีเราได้ยินกันอยู่ทุกวันนี้ กลุ่มไอเอสได้ใช้ประโยชน์จากความหวาดวิตกของชาวสุหนี่ที่มีความเกรงกลัวว่าพวกเขาจะถูกข่มเหงจากรัฐบาลที่มีนายนูรี อัล-มาลิกิ ที่เป็นมุสลิมชีอะห์ พร้อมทั้งยังใช้ประโยชน์จากการจับนักการเมืองอาวุโสที่เป็นชาวสุหนี่ การปลุกระดมการรวบรวมพรรคพวกภายใต้แนวความคิดเดียวกัน เป้าหมายหลักๆ ของกลุ่มไอเอสคือต้องการจะจัดตั้งรัฐบาลอิสลามเพื่อที่จะได้ทำการใช้กฎหมายของตัวเองที่เรียกว่า กฎชารีอะห์ ซึ่งเป็นกฎที่ถูกบัญญัติขึ้นจากศาสนาอิสลาม ถือว่าเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างมีความเข้มงวด ลงโทษกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง ที่สำคัญยังเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้านของชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องของศาสนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะเห็นได้ว่าความจริงแล้วกลุ่มไอเอสต้องการจะสร้างพื้นที่ของตัวเองเพื่อต่อกรกับมหาอำนาจของโลกให้จงได้

Read More