Last News 

ประวัติของประเทศอิรัก ดินแดนแห่งสงคราม

‘ประเทศอิรัก’ ได้รับฉายาว่าเป็นแหล่งอารยธรรมแห่งโลก ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันน่าสนใจ อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่วิถีชีวิตของประชาชนที่หลากหลาย โดยประเทศอิรักเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง มีกรุงแบกแดดเป็นเมืองหลวงตั้งอยู่ ณ ใจกลางประเทศ จำนวน 97% ของประชากรในอิรักพบว่าจำนวน 36 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม มาทำความรู้จักกับแม่น้ำ Tigris และ Euphrates โดยประเทศอิรักมีภูมิภาคตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ Tigris และ Euphrates ซึ่งเป็นแม่น้ำหลักของประเทศ ได้หลายผ่านใจกลางประเทศ ทำให้ประเทศอิรักมีความอุดมสมบูรณ์ในช่วงที่แม่น้ำไหลผ่าน ภูมิภาคระหว่างแม่น้ำ 2 สายนี้ถูกเรียกว่าMesopotamia ซึ่งนักโบราณคดีมีการวิเคราะห์พร้อมคาดการณ์ว่า ตรงจุดนี้น่าจะเป็นบ่อเกิดของอารยธรรมอันเก่าแก่ที่สุดในโลก อิรัก ณ ปัจจุบันนี้ในอดีตเคยปรากฏอยู่ในแผนที่ของชาวกรีก ซึ่งในสมัยนั้นเรียกกันว่า Mesopotamia และตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ 2 สายที่มีความสำคัญที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ ได้แก่… แม่น้ำ Tigris – มีความยาว 2,700 กิโลเมตรจุดเริ่มต้นของการไหลเริ่มจากทิศเหนือ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยชาวสุเมเรียนตั้งชื่อแม่น้ำแห่งนี้ว่า ‘idigna’ แปลว่าไหลเร็วดุจลูกธนู ตามลักษณะของความรุนแรงและเชี่ยวกราดของแม่น้ำแห่งนี้ แม่น้ำ Euphrates – มีความยาว 1,900 กิโลเมตร ซึ่งความเร็วของแม่น้ำแห่งนี้ ไหลช้ากว่า แม่น้ำ Tigris เมื่อแม่น้ำสายนี้ไหลไปที่ใด ก็สร้างความอุดมสมบูรณ์และความสุขให้แก่ประชาชนตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ที่ราวกับโอเอซิส ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งของทิศเหนือ, ทิศตะวันตกและทิศใต้ โดยการกำเนิดเมืองอันรุ่งเรืองในอดีต รวมทั้งวัฒนธรรมที่เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของโลก ไม่ได้มาจากแม่น้ำทั้ง 2 สายนี้เท่านั้น แต่ยังเกิดจากการที่มนุษย์ได้เล็งเห็นความเจริญในอนาคต จึงมีการพัฒนาสร้าง เหมือง, ฝาย, ทำนบ เพื่อป้องกันการทำลายอันรุนแรงของกระแสน้ำ พร้อมทั้งยังกักเก็บน้ำเพื่อเอาไว้ใช้ในฤดูเพาะปลูกทำเกษตรกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงถือได้ว่าการทำเกษตรกรรมในภูมิภาคนี้ จัดเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสถานที่จริงอยู่บริเวณเมืองทางตอนใต้ของอิรักย้อนไป 4,300 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล พื้นที่ทำเกษตรกรรมโบราณอันดับแรกของโลก โดยพืชที่มีความสำคัญคือ ข้าวสาลีกับข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ยังมีหญ้าที่มีความพิเศษที่เรียกว่า Einkorn…

Read More
Top News 

กลุ่มก่อการร้ายที่ทั้งโลกต้องการตัวมากที่สุด

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ความไม่สงบ เรื่องราวของการก่อการร้ายต่างๆ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นเราทุกคนก็ต้องยอมรับความจริงว่า บนโลกของเรามีผู้กระหาย ต้องการที่จะทำสงครามอยู่ตลอดเวลา โดยอ้างจุดประสงค์ต่างๆ เพื่อทำร้ายและฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนี้จะได้รับการจำกัดความว่าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ ซึ่งผู้ก่อการร้ายบนโลกของเรานั้น มีอยู่หลายกลุ่มเลยทีเดียว และในแต่ละกลุ่มนั้น ต่างก็มีพิษสงอันร้ายกาจและวีรกรรมที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องราวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่โลกต้องการตัวมากที่สุดกัน Al-Qaeda เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่แม้แต่ประชาชนชาวไทยก็ต้องเคยได้ยินชื่อ ซึ่งกลุ่ม Al-Qaeda เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับ 1 ของโลก สร้างวีรกรรมอันโหดเหี้ยมทารุณมาแล้วมากมาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและสร้างความโกรธแค้นให้แก่ผู้คนทั่วโลกมากที่สุด ก็คือ เหตุการณ์ 911 ซึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ ได้ทำการบุกยึด เครื่องบินพาณิชย์ก่อนที่จะบังคับให้พุ่งเข้าชนตึก World trade center ซึ่งตั้งอยู่ ณ มหานคร New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปเกือบ 3,000 ชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญอันดับต้นๆ ของโลกหลังจากที่เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางสหรัฐ ก็รีบทำการค้นหากลุ่มของผู้ก่อการร้ายผู้ก่อเหตุทันที โดยพบว่า Al-Qaeda ที่นำโดยนาย Osama Bin Laden เป็นผู้ควบคุมและสั่งการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากนั้นทางสหรัฐจึงติดต่อกับกลุ่ม Taliban เพื่อติดต่อขอตัวนาย Osama Bin Laden มารับผิดพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่กลุ่ม Taliban บันก็ไร้การติดต่อกลับ ไม่มีการส่งตัวใดๆ เกิดขึ้น Osama Bin Laden ได้ทิ้งข้อความคลิปเสียงเอาไว้ว่า ให้ชาวมุสลิมทั่วโลกต่อต้านสหรัฐและทำการปลุกระดมให้เกิดสงครามทางศาสนาขึ้นมา กลุ่ม Al-Qaeda ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1989 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจมาก มีเครือข่ายอยู่ในหลายๆ พื้นที่ และในหลายๆประเทศ อีกทั้งยังมีกลวิธีในการดำเนินแผนการอันแยบยล ผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มจะได้รับการฝึกฝน จากคนธรรมดาให้กลายเป็นทหารเถื่อนที่มีฝีมือระดับพระกาฬ และก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นมาได้อย่างมากมาย กลุ่ม ISIS อีกหนึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งชาวไทยก็มักได้เห็นตามข่าวต่างๆ สำหรับความเป็นมาของกลุ่มนี้ แรกเริ่มก็มาจากเครือข่ายของ Al-Qaeda ก่อนที่จะแยกตัวออกมาบริหารงานเอง…

Read More
Last News 

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอิรัก ที่ไม่ได้มีแค่สงคราม

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอิรัก ถ้าคุณผู้อ่านเบื่อสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากแล้ว วันนี้เราจะชวนคุณผู้อ่านไปท่องเที่ยวในอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งคนไทยยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แต่ถึงจะไม่ได้ความนิยมก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ดี โดยสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ แหล่งอารยะธรรมของมนุษย์ในสมัยโบราณ ซึ่งมีความน่าสนใจและมีความแตกต่าง น่าไปเปิดประสบการณ์พร้อมศึกษาหาความรู้ต่างๆ ประเทศที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือ ‘ประเทศอิรัก’ ซึ่งจะมีสถานที่น่าสนใจอย่างไรกันบ้างนั้นไปติดตามชมกันเลย 1. สุสาน Wadi Al-Salam Cemetery แห่ง Najaf สุสานแห่งนี้เป็นที่บรรจุศพชาวมุสลิมจำนวนหลายล้านคน อีกทั้งยังเป็นที่ฝังศพของบุคคลที่มีความสำคัญทางศาสนาอย่างผู้นำสารของพระอัลเลาะห์อย่าง Ali ibn Abi Talib สามีของ Fatimah Zahra บุตรสาวของ Muhammad เป็นต้น ณ ปัจจุบันนี้สถานที่แห่งนี้ ถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากองค์กร UNESCO 2. The Ahwar of Southern Iraq ตอนใต้ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องเที่ยวและศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คน The Ahwar คือ สถานที่ที่เราอยากแนะนำ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,000 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล มีลักษณะเป็นดินดอนสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO แล้ว อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าคุณต้องการสำรวจซากโบราณคดีแล้วก็ห้ามพลาดเด็ดขาด 3. สวนลอยฟ้าแห่งบาบิโลน Hanging Gardens of Babylon สำหรับสวนลอยฟ้าแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นสวนสวยระดับตำนาน ถ้าคุณมาอิรักแล้วไม่มาเยือนถือว่าพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสมัยโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก แต่น่าเสียดายที่ต้องผจญกับภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวจนกระทั่งถล่มลงมา ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันจึงเหลือเพียงแต่ซากเท่านั้น แต่ถึงจะเหลือเพียงแค่ซาก แต่เพียงแค่ได้ไปยืนใกล้ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการและมนต์เสน่ห์แห่งอดีตที่หาไม่ได้ในปัจจุบันนี้ 4. สวนสัตว์แห่งกรุงแบกแดด Baghdad Zoo เอาใจคนรักสัตว์กันบ้าง สำหรับสวนสัตว์แห่งนี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นสวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงแบกแดด ในช่วงสมัยที่อิรักต้องเผชิญกับสงคราม จึงทำให้เหล่าสัตว์น้อย-ใหญ่ ต่างล้มตายลงและเหลือสัตว์เพียงแค่ 5% เท่านั้น แต่ต่อมาด้วยความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายๆ สวนสัตว์แห่งนี้จึงได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่…

Read More
Top News 

ย้อนร้อยสงครามอิรักกับกองทัพสหรัฐ

‘สงครามอิรัก’ เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มติดอาวุธที่เริ่มขึ้นในปี 2003 ด้วยการบุกอิรักของพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลของ ‘ซัดดัม ฮุสเซน’ เป็นผลให้เกิดความขัดแย้งภายในที่ยังคงดำเนินต่อไปในหลายทศวรรษ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ชาวอิรักประมาณ 151,000 ถึง 600,000 คนถูกฆ่าตายในช่วงสามถึงสี่ปีแรก หลังจากสถานการณ์เริ่มที่จะสงบกองทัพสหรัฐจึงถอนตัวออกอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ก็ยังมีทหารอเมริกันยังคงต่อสู้บนพื้นดินในอิรักส่วนใหญ่ จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มบานปลายจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองในซีเรียและรัฐอิสลามของอิรัก โดยประเทศซีเรียได้บุกอิรักและเข้ายึดพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้สหรัฐอเมริกลับเข้ามาในเกมอีกครั้งในปี 2014 โดยเหตุการณ์ความไม่สงบและความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป การส่งกองทัพเข้าไปทำภารกิจในต่างประเทศนี้ ถือการประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้ายสากลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา George W. Bush หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อ 11 กันยายน ที่ทำให้ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ทล่มลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,996 คน บาดเจ็บเกือบ 7,000 คน ในเดือนตุลาคม 2002 รัฐสภาอนุญาตให้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ของประเทศอิรักได้ ซึ่งทำให้เกิดสงครามขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2003 เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับกองทัพของอังกฤษได้ร่วมในการทำภารกิจทิ้งระเบิด ไม่นานกองทัพของสหรัฐก็เข้ามาควบคุมทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว การบุกครั้งนี้นำไปสู่การโค่นอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งภายหลังถูกจับตัวได้ในปฏิบัติการ ‘Operation Red Dawn’ ในวันเดือนธันวาคมก่อนในอีก 3 ปี เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิตโดยอำนาจของศาลทหาร เหตุการณ์ที่ตามมาหลังการโค่นอำนาจซัดดัม ในขณะที่หลายคนคิดว่าสงครามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานนี้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคาดคิดเลย เมื่อสิ่งที่ตามมาคือสุญญากาศทางอำนาจที่เกิดขึ้นหลังจากซัดดัมถูกประหารชีวิต ซึ่งนอกจากนี้ยังได้สร้างความบาดหมางขึ้นระหว่างสองนิกายได้แก่ ‘ชีอะฮ์’ กับ ‘ซุนนี’ เช่นเดียวกับการก่อจลาจลที่ยาวนานกับสหรัฐฯ-กองกำลังพันธมิตร คาดว่ากลุ่มผู้ก่อความรุนแรงหลายกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและอัลกออิดะห์ในอิรัก ทำให้สหรัฐฯตอบโต้ด้วยกองกำลังทหารในปี 2007 ด้วยทหารมากถึง 170,000 นาย เพื่อเป็นการเพิ่มกองกำลังรักษาความปลอดภัยให้กับรัฐบาลกับกองทัพของอิรัก ซึ่งถือว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากนั้นการมีส่วนร่วมของสหรัฐในอิรักก็เริ่มลดลงเรื่อยมาภายใต้ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ในเดือนธันวาคม ปี 2011 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศถอนทหารออกจากอิรักอย่างเป็นทางการ หลังจากที่อิรักได้มีการจัดเลือกพรรคในปี 2005 โดยมีนายนูริอัล มาลิกีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2006 และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2014 รัฐบาลก็ได้มีการประกาศใช้นโยบายที่เห็นได้ชัดว่าสร้างผลกระทบต่อการแบ่งแยกชนกลุ่มน้อยของซุนนีทำให้เกิดความตึงเครียดทางนิกายที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2014 เป็นผลให้รัฐอิสลามแห่งอิรักและลิแวนต์ (ISIL)…

Read More
Last News 

ประเทศนับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่ กี่ประเทศ

ศาสนาอิสลามเป็นกลุ่มศาสนาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก จากการสำรวนในปี 2015 ศาสนาอิสลามมีผู้นับถือมากถึง 1.8 พันล้านคน คิดเป็น 24.1% ของประชากรโลก ชาวมุสลิมส่วนใหญ่เป็นหนึ่งในสองนิกาย ได้แก่ ซุนนี 1.5 พันล้านคน หรือชีอะห์ ประมาณ 240–340 ล้านคน ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีอิทธิพลอย่างมากในเอเชียกลาง อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวมถึงพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของทวีปเอเชีย ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นมีความหลากหลายของชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ซึ่งมีจำนวนมากกว่าตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือได้อย่างมาก โดยในแถบเอเชียใต้นั้นมีจำนวนประชากรชาวมุสลิมกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในสามของชาวมุสลิมมีต้นกำเนิดจากเอเชียใต้ ศาสนาอิสลามถือเป็นศาสนาหลักในมัลดีฟส์ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ปาเลสไตน์ และบังคลาเทศ ในขณะที่อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดอยู่นอกกลุ่มประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ ประกอบด้วยชาวมุสลิมประมาณ 200 ล้านคน ส่วนประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดคืออินโดนีเซียที่อยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวมุสลิมในแถบนี้ถือเป็นประชากรมุสลิมที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ประมาณ 15% ของชาวมุสลิมอาศัยอยู่ใน Sub-Saharan Africa และชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่นั้นพบได้ในอเมริกา จีน รัสเซีย และยุโรปตะวันตกบางแห่งที่อาจเป็นแหล่งที่พักพิงของผู้อพยพชาวมุสลิมจำนวนมาก ซึ่งศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากศาสนาคริสต์ซึ่งคิดเป็น 6% ของประชากรทั้งหมดหรือ 24 ล้านคน ผู้คนกลุ่มนี้มักจะพบเห็นอยู่ได้ทั่วทุกมุมโลก นิกายหลักของอิสลาม ศาสนาอิสลามแบ่งออกเป็นสองนิกายที่สำคัญได้แก่ ซุนนี และ ชีอะ จากจำนวนประชากรมุสลิมทั้งหมด 87–90% เป็นซุนนี 10-13% เป็นชาวชิอะ ส่วนใหญ่ชิอะอาศัยอยู่ในสี่ประเทศหลักได้แก่ อิหร่าน อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน อิรัก นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มอื่นอีกได้แก่ Zaydi Shi’a ที่มีประชากรเกือบมากกว่า 0.5% ของประชากรมุสลิมทั่วโลก, Musta’li Ismaili 0.1%, สุดท้ายคือกลุ่ม Taiyabi ที่อาศัยอยู่ในแคว้นสินธ์ หรือคุชราฏในเอเชียใต้ จากข้อมูลของ Pew Research Center ในปี 2010 มีมุสลิมส่วนใหญ่เป็นประชากรที่สำคัญใน 50…

Read More
Top News 

บทบาทกองทัพสหรัฐในประเทศอิรัก

การแทรกแซงของกองทัพอเมริกันในอิรักเริ่มเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2014 เมื่อประธานาธิบดีบารัคโอบามาสั่งให้กองกำลังสหรัฐฯออกปฏิบัติการเพื่อตอบโต้การโจมตีในอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลามของอิรักและลิแวนต์’ หรือที่เรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ไอซิส’ ภายใต้การร้องขอการสนับสนุนทางรัฐบาลของอิรัก กองทัพอเมริกันจึงได้เข้ามาตอบโต้การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศอิรักจากกลุ่มไอซิส เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2014 กองกำลังไอซิสเข้าโจมตีดินแดนในภาคเหนือของอิรัก และสามารถเข้ายึดเมืองสามแห่งทางตอนเหนือที่อยู่ติดกับเขตปกครองตนเองของเคอร์ดิสถาน กองทัพสหรัฐจึงตอบสนองด้วยการส่งอาวุธไปให้กองทัพของเคิร์ด หลังจากนั้นก็เริ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่น อาหาร น้ำ และยารักษาโรคสำหรับพลเรือนที่ต้องลี้ภัยสงครามไปหลบในภูเขา Sinjar ในวันที่ 8 สิงหาคม 2014 สหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิรัก จากนั้นจึงได้มีการร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้ง 9 เพื่อร่วมมือกันในการปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศ ภายในเดือนเมษายน 2015 กลุ่มติดอาวุธไอซิสต้องสูญเสียดินแดนจำนวนมากให้กับกองกำลังพันธมิตรอิรัก  เมื่อเทียบพื้นที่ของพวกเขาที่เคยยึดได้ในปี 2014 เท่ากับว่าไอซิสนั้นสูญเสียอาณาเขตของพวกเขาไปมากถึง 25–30% ซึ่งตอนนี้จึงเหลือพื้นที่ในความครอบครองเพียง 15,000 ตารางไมล์ เมื่อมีการโจมตีทางอากาศของกองทัพอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักสู้หลายหมื่นคนถูกสังหาร พื้นที่ส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพของอิรักทยอยเข้ายึดกลับคืนมา หลังจากสิ้นปี 2017 ไอซิสก็ไม่เหลือพื้นที่ของตนเองในอิรักอีกต่อไป บทบาทของกองทัพสหรัฐฯนั้น นอกเหนือจากการเข้าแทรกแซงโดยตรงผ่านกองทัพของตนแล้ว อเมริกายังให้การสนับสนุนกองกำลังความมั่นคงของอิรักผ่านการฝึกอบรมด้านบุคลากร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการสนับสนุน ISF ซึ่งไม่รวมการปฏิบัติการทางทหารโดยตรงได้คิดเป็นมูลค่ามากถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคม 2019 ทหารอิรักและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 189,000 คนได้รับการฝึกอบรมจากกองกำลังพันธมิตร ทำให้กองกำลัง ISF และ CJTF-OIR สามารถเข้ายึดพื้นที่ประมาณ 56,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรอิรักมากกว่า 4.5 ล้านคนกลับคืนมาได้สำเร็จ บทบาทของกองทัพสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ สหรัฐฯเคยเข้ามาปฏิบัติภารกิจต่อต้านก่อการร้ายเมื่อปี 2003 โดยเป็นผู้นำในการบุกอิรัก ซึ่งเชื่อว่าอิรักครอบครองอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ ในปี 2007 กองทัพสหรัฐ อเมริกาได้ส่งกำลังทหารเข้าไปในอิรักมากถึง 170,000 นาย ก่อนที่จะถอนกำลังทหารกลับมาในปี 2011 แต่ยังคงปล่อยทหารประจำการเอาไว้ประมาณ 20,000 นาย เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันสถานที่สำคัญทั้งหลายทั่วอิรัก เช่น สถานทูต สถานกงสุล รวมถึงยามทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯหลายสิบคน…

Read More
Top News 

รวมเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศอิรัก

ประเทศอิรัก ถือว่าเป็นดินแดนที่ร้อนแรงอย่างหนึ่ง นอกจากพวกเค้าจะมีสงครามกลางเมืองแทบจะตลอดเวลา จนทำให้การฟื้นฟูบ้านเมืองเป็นไปอย่างยากลำบากแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเค้าต้องเจอตลอดจนเรียกว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ได้เลยก็คือ ศัตรูทางธรรมชาติที่ชื่อว่า แผ่นดินไหว นั่นเอง ประเทศอิรัก เป็นประเทศที่เจอแผ่นดินไหวบ่อยมาก แถมแต่ละครั้งยังรุนแรงอีกด้วย มาย้อนดูกันว่า แต่ละครั้ง ประเทศอิรักโดนอะไรไปบ้าง ปี 2017 ย้อนกลับไปสักเกือบ 3 ปีที่แล้ว อิรักเผชิญกับแผ่นดินไหวขั้นรุนแรงเลยทีเดียว กับแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 7.3 ริคเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นความแรงในระดับสูง จุดที่เกิดเหตุเป็นชายแดนระหว่างประเทศอิรักและอิหร่าน จากข้อมูลบอกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ เกิดผู้บาดเจ็บกว่า 7,000 คน และเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 400 คนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้จะเป็นประชาชนชาวอิรักในเมืองดาร์บันดีข่าน แรงสั่นสะเทือนนี้ส่งผลถึงคนในเมืองแบกแดดรู้สึกได้เลย ปี 2018 นอกจากพวกเค้ายังต้องรับมือกับแผ่นดินไหวในประเทศแล้ว น่าแปลกอีกอย่างก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อิหร่าน ก็มีแผ่นดินไหวหลายครั้งด้วย นั่นทำให้รัศมีการสั่นไหว จนถึงคลื่น after shock นั้นส่งผลกระทบมาถึงพวกเค้าด้วย แต่อาจจะไม่มากเท่าไร อย่างปี 2018 เอง ก็มีแผ่นดินไหวที่เมือง Kermanshah ของ อิหร่านที่ 6.3 ริคเตอร์ ส่งผลกระทบมาถึง อิรัก ตรงชายแดนทางด้านตะวันออกด้วย แรงสั่นไปถึงเมืองแบกแดดเลยทีเดียว ปี 2014 ย้อนกลับไปสักหน่อย ช่วงปี 2014 เยื้องไปทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน และ อิรัก ได้เกิดแผ่นดินไหวตรงพรมแดนของประเทศทั้งสองอีกครั้ง คราวนี้เกิดขึ้นที่เมือง IIam ของ อิหร่าน แรงสั่นสะเทือนมากถึง 6.2 ริคเตอร์เลยทีเดียว คาดกันว่าตอนนั้นในอิหร่าน บาดเจ็บกว่า 300 คนทีเดียวแต่ฝั่งอิรักเมืองที่โดนอย่างเมือง maysan เสียหายหนักเอาการ แต่แค่เมืองเดียวที่โดนผลกระทบ ปี 1957 คราวนี้ย้อนกันไปเลยยาวๆ ปี 1957…

Read More
Hot Topics 

รวมเหตุการณ์ประท้วงสำคัญในประเทศอิรัก

ประเทศอิรักถือว่าเป็นประเทศที่ร้อนแรงและอยู่มากประเทศหนึ่งในโลกเลย ดินแดงแห่งนี้แทบจะหาช่วงเวลาที่สงบสุขจริงได้น้อยมากเลย ทั้งปัญหาภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว ปัญหาพรมแดนระหว่างประเทศกับอิหร่าน หรือแม้แต่การปัญหาภายในอย่างประท้วง ปัญหาการเมือง ฯลฯ วันนี้เรามาย้อนดูกันว่าประเทศอิรักมีการประท้วงอะไรกันบ้าง ตอนไหน ประท้วง พ.ศ. 2562 ที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้ อิรักมีการประท้วงครั้งใหญ่ไปแล้วรอบหนึ่ง ในปีที่ผ่านมา โดยการประท้วงคราวนี้เกิดขึ้นวันที่ 1 ต.ค. 2562 ศูนย์กลางการประท้วงเกิดขึ้นที่เมืองแบกแดด เมืองหลวงของประเทศ แล้วแพร่กระจายไปยังเมืองอื่น ส่วนอื่นของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเมืองดิวานิยาห์, เมืองนาจาฟ, เมืองนาสซิริยาห์, เมืองอามาร่า เป็นต้น สาเหตุของการประท้วงนั้นมาจากผลพวงของการบริหารประเทศภายใต้การกุมบังเหียนของนายกรัฐมนตรีอับเดล อับดุล มาห์ดี ที่ประชาชนมองว่าประเทศเจอปัญหาคอร์รัปชั่น ปัญหาการว่างงาน และ สาธารณสุขย่ำแย่มาก ทำให้ชีวิตของพวกเค้าย่ำแย่ลง ประเทศอิรักถือว่าเป็นประเทศที่ร้อนแรงและอยู่มากประเทศหนึ่งในโลกเลย ดินแดงแห่งนี้แทบจะหาช่วงเวลาที่สงบสุขจริงได้น้อยมากเลย ทั้งปัญหาภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว ปัญหาพรมแดนระหว่างประเทศกับอิหร่าน หรือแม้แต่การปัญหาภายในอย่างประท้วง ปัญหาการเมือง ฯลฯ วันนี้เรามาย้อนดูกันว่าประเทศอิรักมีการประท้วงอะไรกันบ้าง ตอนไหน   ประท้วง พ.ศ. 2562 ที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้ อิรักมีการประท้วงครั้งใหญ่ไปแล้วรอบหนึ่ง ในปีที่ผ่านมา โดยการประท้วงคราวนี้เกิดขึ้นวันที่ 1 ต.ค. 2562 ศูนย์กลางการประท้วงเกิดขึ้นที่เมืองแบกแดด เมืองหลวงของประเทศ แล้วแพร่กระจายไปยังเมืองอื่น ส่วนอื่นของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเมืองดิวานิยาห์, เมืองนาจาฟ, เมืองนาสซิริยาห์, เมืองอามาร่า เป็นต้น สาเหตุของการประท้วงนั้นมาจากผลพวงของการบริหารประเทศภายใต้การกุมบังเหียนของนายกรัฐมนตรีอับเดล อับดุล มาห์ดี ที่ประชาชนมองว่าประเทศเจอปัญหาคอร์รัปชั่น ปัญหาการว่างงาน และ สาธารณสุขย่ำแย่มาก ทำให้ชีวิตของพวกเค้าย่ำแย่ลง ประท้วง พ.ศ. 2554 ย้อนกลับไปไกลหน่อยในช่วงเวลาดังกล่าว การประท้วงแพ่หลายมากในหลายประเทศแถวนั้น อิรักเองก็เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงในการปฏิวัติตูนิเซีย และ ปฏิวัติอียิปต์ด้วยเหมือนกัน ประชาชนหลายคนในอิรักก็สร้างการประท้วงขึ้นเพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลง ปฏิวัติประเทศตัวเองด้วย ซึ่งตอนนั้นประชาชนได้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นอย่าง นายกรัฐมนตรี นูรีอัล มาลิกี เมืองศูนย์กลางการประท้วงก็คือ เมืองแบกแดด สาเหตุตอนนั้นเป็นปัญหาด้านความมั่นคง…

Read More
Top News 

แบกแดดประท้วงเหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ

อีกหนึ่งความโชคร้ายของประเทศอิรักก็คือ บางครั้งสงครามที่เกิดขึ้นบนอิรัก ประชาชนอิรักไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรด้วยเลย จะบอกว่าเป็นพื้นที่ตำบลกระสุนตกใส่ จากสงครามตัวแทนก็คงไม่ผิดนัก อย่างล่าสุด อิหร่านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐมาตลอดตั้งแต่ครั้งอดีต คราวนี้พวกเค้าเลือกสมรภูมิรบกันไม่ใช่อิหร่าน ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา แต่พวกเค้ามารบกันบนประเทศอิรักแทน หนึ่งในเหตุการณ์ที่ยืนยันคำกล่าวนี้ก็คือ เหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ อิหร่าน Vs สหรัฐ ก่อนจะไปว่ากันที่ อิรัก เราต้องเล่าเรื่องของอิหร่านสักหน่อย ต้องบอกว่า อิหร่าน ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้าย(ในความคิด)ของสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง ผ่านโครงการที่เค้าเรียกกันว่า การพัฒนาแร่ยูเรเนียม พูดง่ายๆว่า สหรัฐบอกว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทำให้ต้องมีมาตรการตอบโต้ หากไม่ลดโครงการดังกล่าว หนึ่งในมาตรการจัดการอิหร่านของสหรัฐก็คือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ทำให้อิหร่านต้องมีการตอบโต้กลับไปบ้าง ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐได้ทำการผูกมิตร เพื่อจัดการอิหร่านด้วย นั่นก็คือ อิรัก ประเทศเพื่อนบ้านของ อิหร่าน ทำให้ อิรัก กลายเป็นเหมือนฐานที่มั่น หน้าบ้านของอิหร่านเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ยอมอย่างแน่นอน จะมีศัตรูมาตั้งทัพอยู่หน้าบ้านนั่นเท่ากับรอหายนะอย่างเดียว จึงต้องมีการตอบโต้การตั้งฐานที่มั่นของสหรัฐกลับไปด้วย การประท้วงของอิรัก เอาล่ะหลังจากเล่าเรื่องราวของอิหร่าน สหรัฐ และ อิรัก ไปบ้างคร่าวๆแล้ว แน่นอนว่าการต่อสู้ระหว่างอิหร่าน กับ สหรัฐ บนประเทศอิรัก บานปลายขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศอิรักต้องมาอยู่ในสงครามแบบที่ไม่เต็มใจนัก หนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่กลายเป็นชนวนให้คนอิรักเริ่มไม่พอใจก็คือ จรวด 3 ลูกถล่มสถานทูตสหรัฐในอิรัก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเสียหายเป็นวงกว้างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บมากจากเหตุการณ์นั้น แม้ว่าจะยังไม่สามารถจับได้ว่าใครเป็นคนยิง แต่มีข่าวออกมาว่ามันเกิดจากความร่วมมือของกองกำลังต่อต้านของอิรักที่มีอิหร่านหนุนหลังอยู่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตอบโต้ระหว่างกองทหารที่ประจำการของสหรัฐที่อยู่ในอิรัก กับ กองกำลังของอิหร่าน จนทำให้เกิดสงครามอยู่หลายครั้ง หลายจุดของประเทศ การประท้วง เมื่อเกิดสงครามของคนอื่นในประเทศของตัวเอง แน่นอนว่าคนอิรักย่อมไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อความไม่พอใจเริ่มก่อตัวใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายมันระเบิดกลายเป็นการประท้วงต่อรัฐบาลตัวเอง เริ่มมีคนหนุ่มสาวออกมาประท้วงรัฐบาลเรื่องนี้ด้วยการให้รัฐบาลเอาทหารสหรัฐอเมริกาที่พวกเค้ามองว่าเป็นสาเหตุของสงครามออกจากประเทศไป โดยจุดเริ่มต้นประท้วงมาจากกรุงแบกแดด แล้วขยายต่อเนื่องไปยังทางภาคใต้ของประเทศ การประท้วงดังกล่าวเริ่มมีผู้สนับสนุนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยหนุ่มสาวที่พวกเค้ามีความเห็นตรงกัน จนถึงนักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน ผู้นำทางศาสนา ต่างเข้าร่วมการประท้วงในครั้งนี้ ทางฝั่งรัฐบาลเองพอเห็นว่า ความไม่พอใจเริ่มมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาก้อนใหญ่ที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อย พวกเค้าเลยเลือกใช้วิธีความรุนแรงในการสลายผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นแก๊สน้ำตา กระสุนจริง ยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณท้องถนนที่จัดชุมนุมกันอยู่ แม้ว่าจะสลายไปได้ แต่ความไม่พอใจกลับยิ่งแพร่กระจายไปมากขึ้น…

Read More
Last News 

สำหรับคนจะไปเที่ยว ‘อิหร่าน’ สิ่งควรรู้ก่อนจะไปคืออะไร ?

ประเทศ ‘อิหร่าน’ จัดว่าเป็นประเทศที่น่าไปอีกประเทศหนึ่งเลย เพราะมี Land Mark สวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานน่าค้นหา ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกหลายแห่ง และชาวอิหร่านก็มีความน่ารัก เป็นกันเองมาก คุณจะได้รับชมประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของอาณาจักรเปอร์เซียเก่าแก่สวยงามเหนือจินตนาการ สำหรับคนใดสนใจอยากไป ‘อิหร่าน’ มาอ่านข้อมูลน่าสนใจเหล่านี้กันก่อนดีกว่า สิ่งควรรู้ก่อนจะไป ‘อิหร่าน’ ฤดูกาลแห่งความสวยงาม คือ เดือนเมษายน เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ในประเทศอิหร่าน จัดว่าเป็นช่วงเย็นสบาย มากที่สุด เป็นฤดูกาลแห่งการเดินทางไปอิหร่าน ดอกไม้มีความสวยงามนานาพันธุ์ บานสะพรั่งเต็มเมือง เป็นช่วงสวยที่สุดของการทเดินทางในอิหร่านเลย คำแนะนำ คือ ควรจองที่พักตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะราคาห้องพักจะค่อนข้างสูงในช่วงนี้ อิหร่านมีทั้งทะเลทราย และหิมะ อิหร่านมีหิมะด้วยนะ แถมเป็นหิมะคุณภาพสูง ที่เหมาะแก่การเล่นสกีเอามากๆ จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกี ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศ ไปสัมผัสสกี Resort สักครั้ง ด้วยระดับความสูง ถึง 3,957 เมตร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุง Teheran เหมาะสำหรับคนรักการผจญภัย อิหร่าน มีความโดดเด่นในเรื่องของการท่องเที่ยวครบครัน ทั้ง ประวัติศาสตร์ , สถาปัตยกรรม , วัฒนธรรม และ ภูมิประเทศอันหลากหลาย นอกจากเมืองหลักของอิหร่าน อย่างเช่น Teheran , Shiraz , Isfahan แล้ว ก็ยังมีเมืองอื่นๆ ควรค่าแก่การไปเยือนด้วยเช่นกัน ใช้เงินเป็นล้าน ‘อิหร่าน’ เป็นอีกประเทศหนึ่ง ใช้เงิน 2 สกุลเงิน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Toman และ Rial ทั้ง 2 ระบบนี้ ยังคงนำมาใช้งานพร้อมกันในปัจจุบัน โดยธนบัตรจะถูกพิมพ์เป็นหน่วย Rial…

Read More