Top News 

แบกแดดประท้วงเหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ

อีกหนึ่งความโชคร้ายของประเทศอิรักก็คือ บางครั้งสงครามที่เกิดขึ้นบนอิรัก ประชาชนอิรักไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรด้วยเลย จะบอกว่าเป็นพื้นที่ตำบลกระสุนตกใส่ จากสงครามตัวแทนก็คงไม่ผิดนัก อย่างล่าสุด อิหร่านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐมาตลอดตั้งแต่ครั้งอดีต คราวนี้พวกเค้าเลือกสมรภูมิรบกันไม่ใช่อิหร่าน ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา แต่พวกเค้ามารบกันบนประเทศอิรักแทน หนึ่งในเหตุการณ์ที่ยืนยันคำกล่าวนี้ก็คือ เหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ

อิหร่าน Vs สหรัฐ

ก่อนจะไปว่ากันที่ อิรัก เราต้องเล่าเรื่องของอิหร่านสักหน่อย ต้องบอกว่า อิหร่าน ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้าย(ในความคิด)ของสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง ผ่านโครงการที่เค้าเรียกกันว่า การพัฒนาแร่ยูเรเนียม พูดง่ายๆว่า สหรัฐบอกว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทำให้ต้องมีมาตรการตอบโต้ หากไม่ลดโครงการดังกล่าว หนึ่งในมาตรการจัดการอิหร่านของสหรัฐก็คือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ทำให้อิหร่านต้องมีการตอบโต้กลับไปบ้าง

ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐได้ทำการผูกมิตร เพื่อจัดการอิหร่านด้วย นั่นก็คือ อิรัก ประเทศเพื่อนบ้านของ อิหร่าน ทำให้ อิรัก กลายเป็นเหมือนฐานที่มั่น หน้าบ้านของอิหร่านเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ยอมอย่างแน่นอน จะมีศัตรูมาตั้งทัพอยู่หน้าบ้านนั่นเท่ากับรอหายนะอย่างเดียว จึงต้องมีการตอบโต้การตั้งฐานที่มั่นของสหรัฐกลับไปด้วย

แบกแดดประท้วงเหตุการณ์จรวดถล่มสถานทูตสหรัฐ

การประท้วงของอิรัก

เอาล่ะหลังจากเล่าเรื่องราวของอิหร่าน สหรัฐ และ อิรัก ไปบ้างคร่าวๆแล้ว แน่นอนว่าการต่อสู้ระหว่างอิหร่าน กับ สหรัฐ บนประเทศอิรัก บานปลายขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศอิรักต้องมาอยู่ในสงครามแบบที่ไม่เต็มใจนัก หนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่กลายเป็นชนวนให้คนอิรักเริ่มไม่พอใจก็คือ จรวด 3 ลูกถล่มสถานทูตสหรัฐในอิรัก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเสียหายเป็นวงกว้างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บมากจากเหตุการณ์นั้น แม้ว่าจะยังไม่สามารถจับได้ว่าใครเป็นคนยิง แต่มีข่าวออกมาว่ามันเกิดจากความร่วมมือของกองกำลังต่อต้านของอิรักที่มีอิหร่านหนุนหลังอยู่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตอบโต้ระหว่างกองทหารที่ประจำการของสหรัฐที่อยู่ในอิรัก กับ กองกำลังของอิหร่าน จนทำให้เกิดสงครามอยู่หลายครั้ง หลายจุดของประเทศ

การประท้วง

เมื่อเกิดสงครามของคนอื่นในประเทศของตัวเอง แน่นอนว่าคนอิรักย่อมไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อความไม่พอใจเริ่มก่อตัวใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายมันระเบิดกลายเป็นการประท้วงต่อรัฐบาลตัวเอง เริ่มมีคนหนุ่มสาวออกมาประท้วงรัฐบาลเรื่องนี้ด้วยการให้รัฐบาลเอาทหารสหรัฐอเมริกาที่พวกเค้ามองว่าเป็นสาเหตุของสงครามออกจากประเทศไป โดยจุดเริ่มต้นประท้วงมาจากกรุงแบกแดด แล้วขยายต่อเนื่องไปยังทางภาคใต้ของประเทศ การประท้วงดังกล่าวเริ่มมีผู้สนับสนุนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยหนุ่มสาวที่พวกเค้ามีความเห็นตรงกัน จนถึงนักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน ผู้นำทางศาสนา ต่างเข้าร่วมการประท้วงในครั้งนี้

ทางฝั่งรัฐบาลเองพอเห็นว่า ความไม่พอใจเริ่มมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาก้อนใหญ่ที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อย พวกเค้าเลยเลือกใช้วิธีความรุนแรงในการสลายผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นแก๊สน้ำตา กระสุนจริง ยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณท้องถนนที่จัดชุมนุมกันอยู่

แม้ว่าจะสลายไปได้ แต่ความไม่พอใจกลับยิ่งแพร่กระจายไปมากขึ้น จากเดิมที่พูดเรื่องทหารสหรัฐที่เข้ามาสร้างสงคราม คราวนี้ลามไปถึงเรื่องของการบริหารงานภาครัฐที่ทำได้ย่ำแย่ การทุจริตในงาน และอีกหลายอย่าง พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้จัดเลือกตั้งใหม่ รวมถึงจัดการกับคดีทุจริตที่ค้างอยู่ และคดีที่สั่งสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงด้วย ก็ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องราวการประท้วงครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

Related posts