Top News 

สงครามอ่าว ครั้งที่ 1

สงครามอ่าวเปอร์เซีย

เป็นสงครามระหว่าง อิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกกันว่า สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1980 โดยมีสาเหตุความขัดแย้งอยู่หลายเรื่อง 1.) ดินแดนบริเวณ ชัต อัล – อาหรับ ซึ่งดินแดนนี้มีแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรทีสไหลมาบรรจบกัน ถือว่ามีดินแดนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศนี้มาก ทำให้อิรักและอิหร่านต่างต้องการยึดเพื่อที่จะเอาไว้เป็นของตน 2.) ปัญหาเรื่องเชื้อชาติ ชาว

อิรักส่วนใหญ่มักจะมีเชื้อสาย อาหรับ นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ แต่ชาวอิหร่านมีเชื้อสายเปอร์เซีย นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ เหตุที่มีความต่างของเชื้อชาติและศาสนาจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณพรมแดนของสองประเทศนี้

ปัญหาจังหวัดคูเซสถาน – จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่ติดชายแดนของอิหร่าน แต่อิรักต้องการที่จะครอบครองดินแดนนี้ เพราะดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำมันที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง จึงเกิดความไม่พอใจของผู้นำทั้งสองประเทศ ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซ็น ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ไม่พอใจการนับถือศาสนาของผู้นำอิหร่าน โดยโตลลาห์ โคไมนี ที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ และโคไมนี ก็มีความเกลียดชังผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่มากและมีเป้าหมายที่จะทำลายล้างให้หมดไป ด้วยเหตุนี้ ทำให้ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1980 อิรักจึงเข้าโจมตีคูเซสถานของอิหร่านก่อนทำให้เกิดสงคราม และเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและทำการรบสู้กันเป็นระยะเวลายาวนาน สงครามนี้ได้ไปเกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกอิหร่านกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนอิรักเลยทำให้สงคราม ยืดเยื้อมาจนกระทั่งสหประชาชาติและประเทศที่เป็นกลางอื่นๆ พยายามที่จะให้ประเทศทั้งสองยุติสงครามลง เพราะสองประเทศมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องน้ำมันที่ส่งโลกสู่ตลาดโลก ประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซ็น ได้ทำการประกาศยุติสงครามลง ด้วยสันติวิธีแต่การกระทำของอิหร่านกลับตรงข้าม คือ ทำฝ่ายอิหร่านแจ้งว่า ชาวเคิร์ดในอิหร่านที่อิรักโจมตีด้วยอาวุธเคมี ทำให้ประชาชนต้องล้มตายไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และในขณะเดียวกันทหารอิรักยังโจมตีรุกคืบหน้าเข้าไปในดินแดนของอิหร่านอยู่ จากผลของสงครามทำให้ในวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศยอมรับแผนการสันติภาพของขณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และอิรักก็ยอมรับให้มตินี้ด้วย นับว่าเป็นการสิ้นสุดของสงครามซึ่งยืดเยื้อยาวนานมาว่า 9 ปี ทำให้ 2 ประเทศนี้สูญเสีย ทหาร ประชาชน และทรัพย์สินเป็นจำนวนมหาศาล

สงครามอิรักกับคูเวต

อิรักปิดล้อมคูเวต สงครามอ่าว

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีของอิรัก ซึ่งมีทหารมากกว่า 1 ล้านคนมีประสบการณ์ในการทำสงครามกับอิหร่านมาแล้ว และยังมีอาวุธที่ทันสมัย ทั้งเครื่องบิน จรวด อาวุธเคมี และกำลังเริ่มต้นพัฒนานิวเคลียร์อีก สำหรับคูเวตเป็นประเทศเล็กที่อยู่ระหว่างอิรักกับซาอุดิอาระเบียในอดีตคูเวตเป็นจังหวัดหนึ่งของอาณาจักรออตโตมันแต่ด้วยเหตุที่เป็นแหล่งน้ำมันอย่างมหาศาลทำให้ตกอยู่ในภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 1914 และได้รับเอกราชเมื่อปี 1961 ในช่วงสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่าน ราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำ อิรักจึงกล่าวหาว่าประเทศสมาชิกอย่างโอเปกผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดโลกมากเกินไป ทำให้เสียราคา อิรักยังกล่าวหาอีกว่าไม่เพียงแต่จะผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดโลกมากแต่ยังดูดน้ำมันจากแหล่งของอิรักไปอีกด้วย อิรักจึงขอเจรจาเรื่องพรมแดนกับคูเวตซึ่งเคยมีกรณีพิพาทกันมาแล้ว อิรักหวังว่าจะได้ดินแดนที่เป็นแหล่งน้ำมันเพิ่มมากขึ้นและอาจจะได้ดินแดนที่เป็นทางออกไปสู่อ่าวเปอร์เซียกว้างมากขึ้น แต่คูเวตได้ปฎิเสธข้อเสนอนี้ ดังนั้นในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 อิรักได้เคลื่อนกองกำลังเข้ามาปิดล้อมคูเวตได้อย่างง่ายดาย สงครามอิรักกับคูเวตทำให้สหประชาชาติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับอิรักทันทีหลังจากที่เจรจาทางการทูตหลายครั้ง ทางสหประชาชาติจึงมีมติให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อขับไล่กองทัพอิรักออกจากประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1991 หลังจากปฏิบัติการทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน

 

Related posts