Top News 

ย้อนร้อยสงครามอิรักกับกองทัพสหรัฐ

‘สงครามอิรัก’ เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มติดอาวุธที่เริ่มขึ้นในปี 2003 ด้วยการบุกอิรักของพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลของ ‘ซัดดัม ฮุสเซน’ เป็นผลให้เกิดความขัดแย้งภายในที่ยังคงดำเนินต่อไปในหลายทศวรรษ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ชาวอิรักประมาณ 151,000 ถึง 600,000 คนถูกฆ่าตายในช่วงสามถึงสี่ปีแรก หลังจากสถานการณ์เริ่มที่จะสงบกองทัพสหรัฐจึงถอนตัวออกอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ก็ยังมีทหารอเมริกันยังคงต่อสู้บนพื้นดินในอิรักส่วนใหญ่ จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มบานปลายจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองในซีเรียและรัฐอิสลามของอิรัก โดยประเทศซีเรียได้บุกอิรักและเข้ายึดพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้สหรัฐอเมริกลับเข้ามาในเกมอีกครั้งในปี 2014 โดยเหตุการณ์ความไม่สงบและความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป การส่งกองทัพเข้าไปทำภารกิจในต่างประเทศนี้ ถือการประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้ายสากลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา George W. Bush หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อ 11 กันยายน ที่ทำให้ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ทล่มลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,996 คน บาดเจ็บเกือบ 7,000 คน

ในเดือนตุลาคม 2002 รัฐสภาอนุญาตให้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ของประเทศอิรักได้ ซึ่งทำให้เกิดสงครามขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2003 เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับกองทัพของอังกฤษได้ร่วมในการทำภารกิจทิ้งระเบิด ไม่นานกองทัพของสหรัฐก็เข้ามาควบคุมทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว การบุกครั้งนี้นำไปสู่การโค่นอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งภายหลังถูกจับตัวได้ในปฏิบัติการ ‘Operation Red Dawn’ ในวันเดือนธันวาคมก่อนในอีก 3 ปี เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิตโดยอำนาจของศาลทหาร

เหตุการณ์ที่ตามมาหลังการโค่นอำนาจซัดดัม

ในขณะที่หลายคนคิดว่าสงครามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานนี้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคาดคิดเลย เมื่อสิ่งที่ตามมาคือสุญญากาศทางอำนาจที่เกิดขึ้นหลังจากซัดดัมถูกประหารชีวิต ซึ่งนอกจากนี้ยังได้สร้างความบาดหมางขึ้นระหว่างสองนิกายได้แก่ ‘ชีอะฮ์’ กับ ‘ซุนนี’ เช่นเดียวกับการก่อจลาจลที่ยาวนานกับสหรัฐฯ-กองกำลังพันธมิตร คาดว่ากลุ่มผู้ก่อความรุนแรงหลายกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและอัลกออิดะห์ในอิรัก

ทำให้สหรัฐฯตอบโต้ด้วยกองกำลังทหารในปี 2007 ด้วยทหารมากถึง 170,000 นาย เพื่อเป็นการเพิ่มกองกำลังรักษาความปลอดภัยให้กับรัฐบาลกับกองทัพของอิรัก ซึ่งถือว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากนั้นการมีส่วนร่วมของสหรัฐในอิรักก็เริ่มลดลงเรื่อยมาภายใต้ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ในเดือนธันวาคม ปี 2011 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศถอนทหารออกจากอิรักอย่างเป็นทางการ

หลังจากที่อิรักได้มีการจัดเลือกพรรคในปี 2005 โดยมีนายนูริอัล มาลิกีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2006 และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2014 รัฐบาลก็ได้มีการประกาศใช้นโยบายที่เห็นได้ชัดว่าสร้างผลกระทบต่อการแบ่งแยกชนกลุ่มน้อยของซุนนีทำให้เกิดความตึงเครียดทางนิกายที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2014 เป็นผลให้รัฐอิสลามแห่งอิรักและลิแวนต์ (ISIL) เปิดฉากโจมตีทางทหารในภาคเหนือของอิรัก อีกทั้งยังประกาศตั้งตนเป็นหัวหน้าศาสนาอิสลามทั่วโลก ทำให้สหรัฐอเมริกากับพันธมิตรทำการตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดการเสียชีวิตของพลเรือนมากกว่าแสนคนและการเสียชีวิตของทหารนับหมื่น

การเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี  2004 – 2007 ต่อจากนั้นก็เป็นสงครามกลางเมืองในอิรักซึ่งส่วนใหญ่ถือว่าเป็นผลกระทบต่อเนื่องที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 67,000 คน ทำให้ประชาชนกว่า 5 ล้านคนต้องเจอกับลำบากในการใช้ชีวิต เพราะความเสี่ยงอันตรายในพื้นที่สงคราม ซึ่งชนกลุ่มใหญ่ล้วนตัดสินใจที่จะย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่ปลอดภัย แม้กระทั่งวันนี้สถานการณ์ภายในอิรักก็ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้งไม่ต่างจากในอดีต

Related posts